ความแตกต่างระหว่าง นักขาย ขอทาน และ โจร
ความแตกต่างระหว่าง นักขาย ขอทาน และ โจร

ผมมีคำถาม คำถามหนึ่งที่อยากชวนคุยครับ … 

“คุณคิดว่า นักขาย ขอทาน และ โจร มีอะไรที่เหมือนและแตกต่างกันบ้าง…​” 

ให้เวลาคิดก่อน แป๊บนึง … ลองคิดยังงง … 

คือมันไม่มีคำตอบที่ตายตัว หรือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดคำตอบเดียวหรอกครับ 

แต่สำหรับผม ผมมองเห็นจุดที่เหมือนและต่างอย่างน่าสนใจ และน่านำมาเปรียบเทียบกัน แล้วอยากแชร์ให้ฟังแบบนี้นะครับ 

ทั้งสาม “อาชีพ” ทำแล้วได้เงินเหมือนกันครับ แต่วิธีการได้มาซึ่ง “เงิน” นั้นแตกต่างกัน 

สิ่งที่ขอทานขายคือ “ความสงสาร” เล่นกับความรู้สึกคน บางครั้งให้เงินขอทานก็ทำให้รู้สึกดี บางครั้งก็ให้เพราะรู้สึกว่าไม่อยากดูเป็นคนแล้วน้ำใจ 

โจรทำเงินได้จากการ ปล้น ชิง กรรโชก หลอกลวงผู้อื่น พูดถึงโจรเดี๋ยวนี้โจรไม่ได้ไว้หนวดเครารุงรังเหมือนในหนังไทยยุคโบราณแล้ว

บางทีโจรก็ใส่สูท ผูกไทด์ มาในคราบนักธุรกิจทำตัวหรูหรา  

แต่การกระทำนั้นคือการข่มขู่ กรรโชก หลอกลวง เพื่อ “ปล้น” ชิงทรัพย์สินไป 

“แล้วนักขายล่ะ …เป็นยังไง ?” 

สำหรับผมนักขายคือนักแก้ปัญหาครับ มนุษย์เกิดมาพร้อมความต้องการหลากหลาย ต้องการได้ที่อยู่ที่อบอุ่นสวยงาม ก็ต้องไปหานักขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องการเสื้อผ้าก็ต้องวิ่งไปหานักขายเสื้อผ้า ต้องการคอนเทนต์เพื่อขายของ ก็วิ่งไปหานักเขียนคอนเทนต์ 

นักขายทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา และเติมเต็มความต้องการของมนุษย์ ต้องดูก่อนว่าสินค้าที่เราขายนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ได้อย่างไร เมื่อแก้ไขปัญหาได้ ผู้ซื้อแฮปปี้ ผู้ขายก็ควรได้รับค่าตอบแทนตามความเหมาะสม 

“ดังนั้น หากอยากเป็นนักขายในปัจจุบันนี้ ผมอยากแนะนำแบบนี้ครับ อย่าใช้ ‘ความสงสาร’ ของผู้ซื้อมาเป็นเครื่องต่อรอง เพราะนักขายไม่ใช่ขอทาน อย่าใช้ ‘การกรรโชกทรัพย์’ เพื่อยัดเยียดสินค้า เพราะนักขายไม่ใช่โจร”  

ถ้าอยากเป็นนักขาย ผมอยากให้คุณเป็นอย่างเต็มภาคภูมิ อย่างมีความภาคภูมิใจ การรวยทางลัดด้วยการใช้วิธีการเยี่ยงมิจฉาชีพ อาจทำให้คุณรวยในตอนนี้ อย่างทันที แล้วชีวิตมันจะมีความหมายอะไรเหรอครับ ถ้าเราร่ำรวยบนรอยน้ำตาของผู้อื่น หรือ บนความเกลียดชัง 

ขอให้สนุกกับการขายของนะครับ  

This Post Has One Comment

ใส่ความเห็น

Pui Pastel

นักการละคร / อาจารย์ผู้สอนการเล่าเรื่องในระดับมหาวิทยาลัย